097 936 6362

บจก.เปรมดิ์ปรีชา 53/39 ม.5 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120

แนะนำการออกแบบระบบ ถังน้ำบนดิน สำหรับใช้ในการเกษตร

การทำเกษตรกรรมที่ไม่ว่าจะเป็นสวนหรือไร่นา ย่อมที่จะมีความ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีระบบน้ำที่มีคุณภาพ เพื่อทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเติบโตได้อย่างดี ยิ่งระบบน้ำมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ระบบภายในของสวนก็จะให้ความสะดวกและทำให้พืชผลทางการเกษตรมีคุณภาพมากเท่านั้น ซึ่งถ้าคุณสนใจการออกแบบระบบน้ำอย่างถูกต้อง ในงานเกษตร  เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในสวนของคุณ สามารถติดตามได้จากบทความนี้

การออกแบบระบบน้ำที่ใช้ในงานเกษตร ให้ประโยชน์อย่างไร

การออกแบบระบบน้ำ คือ การวางแบบแผนของการวางท่อให้น้ำเพื่อให้พืชผลทางการเกษตรได้รับน้ำอย่างทั่วถึง เพื่อหวังผลให้พืชผลทางการเกษตรออกมาตรงตามเป้าหมายและมีความสมบูรณ์มากที่สุด ดังนั้นจึงต้องมีการคำนวณทั้งเรื่องของขนาดท่อความยาว การใช้เครื่องสูบน้ำ

การใช้สปริงเกอร์ การออกแบบให้ท่อสามารถต่อไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพื้นที่การเกษตรได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้เกิดความสะดวกต่อการใช้งานและสามารถให้น้ำได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือการให้น้ำมีความตรงเวลามากขึ้น ส่วนการออกแบบนั้นจะมีทั้งรูปแบบหลักที่นิยมใช้กันมาอย่างยาวนานและการออกแบบด้วยตัวเกษตรกรเอง เพราะการออกแบบระบบน้ำจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของแต่ละแห่ง และความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกันออกไป

แนะนำการออกแบบระบบน้ำในพื้นที่การเกษตร เพื่อการใช้งานที่สะดวกและถูกต้อง

ถ้าคุณกำลังมองหารูปแบบการวางระบบน้ำที่เหมาะสม สำหรับการใช้ในงานด้านเกษตรกรรม เพื่อทำให้พื้นที่สวนมีความสะดวกต่อการใช้น้ำ ทำให้พืชผลภายในสวน ได้รับน้ำอย่างเพียงพอและเหมาะสม ขอแนะนำการออกแบบระบบน้ำดังต่อไปนี้

1.หลักการวางระบบน้ำ

การวางระบบน้ำจะมีหลักการสำคัญ คือ การวางท่อเมนที่ถือว่าเป็นตัวหลักของการต่อตรงจากมอเตอร์ปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ มาสู่พืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ จึงต้องมีการเลือกท่อที่จะช่วยทำให้น้ำไหลเวียนได้ดีและใช้กับปั๊มน้ำได้อย่างเหมาะสม ควรเลือกเป็นท่อเมนประมาณ 1 นิ้วต่อเครื่องปั๊มน้ำที่มีขนาด 1 แรงม้า

ดังนั้นถ้าเครื่องปั๊มน้ำที่คุณใช้อยู่มีขนาด 2-3 แรงม้า ควรเลือกใช้ท่อทางออกที่ต่อกับตัวปั๊มโดยตรงขนาด 2 นิ้ว เพื่อทำให้แรงดันพาน้ำไปสู่จุดที่ต้องการได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ควรติดตั้งอุปกรณ์เพื่อการลดแรงกระแทกและป้องกันไม่ให้จุดเชื่อมต่อต่าง ๆ หลุดออกมาง่ายจนเกินไป

โดยปั๊มน้ำที่มีแรงขนาด 2 แรงม้า จะจ่ายน้ำภายในท่อ 1 นิ้วไปได้ไกลถึง 40 เมตร ส่วนแรงดันจะลดลงไปเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ควรใช้ท่อเมนเป็น PVC หรือท่อเหล็ก ส่วนท่อที่เชื่อมต่อไปจุดอื่น ๆ ให้ใช้เป็นท่อแบบ PE ที่มีขนาดเล็กลง

2.การคำนวณขนาดท่อ

การคำนวณเพื่อวางระบบน้ำ จะนำพื้นที่มาวางแผนทำท่อ พร้อมสร้างระบบน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมนั้น จะต้องใช้พื้นที่ของแปลงเกษตรที่คุณมีอยู่ พร้อมการนำแรงดันมอเตอร์ปั๊มน้ำของเครื่องสูบน้ำและถังเก็บน้ำ รวมไปถึงระยะทางของการจ่ายน้ำ แม้แต่การใช้งานหัวสปริงเกอร์ ก็ต้องมาคำนวณทั้งหมด

เพื่อการหาขนาดของท่อและการเลือกเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเข้ากัน ซึ่งสูตรคำนวณนั้น อาจจะต้องให้ผู้ที่มีความชำนาญเป็นผู้คำนวณให้ เพราะเป็นสูตรที่มีความซับซ้อนพอสมควร

3.ระยะของการวางท่อน้ำ

ถ้ามีการเดินท่อเมน แบบเส้นเดียวและด้านหนึ่งเป็นปลายปิด ควรใช้ท่อน้ำขนาด 1 นิ้ว และความยาวต้องไม่เกินไปกว่า 80 เมตร หรือถ้าใช้เป็นท่อขนาด 2 นิ้ว ความยาวของท่อจะต้องไม่เกินไปกว่า 150 เมตร และถ้าใช้เป็นท่อขนาด 3 นิ้ว ความยาวก็ไม่ควรจะต้องเกินไปกว่า 300 เมตร

ที่สำคัญคือไม่ควรใช้ท่อที่มีความยาวมากไปกว่านี้ เพราะอาจจะทำให้การทำงานของปั๊มน้ำเกิดความเสียหายได้ง่าย และท่อส่วนต้นจะยิ่งเสียหายหนัก เนื่องมาจากปั๊มน้ำปล่อยแรงดันออกไปมากพอสมควร

4.อุปกรณ์ที่ใช้

สำหรับอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการวางระบบน้ำ คือ อุปกรณ์ที่จะช่วยลดแรงกระแทกภายในท่อน้ำ เพราะภายในท่อจะมีกำลังอัดที่ค่อนข้างสูงและการส่งน้ำไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้จุดเชื่อมต่อมีปัญหา ชำรุดหรือรั่วซึมง่าย และทำให้ต้องเกิดการซ่อมแซมบ่อยครั้ง ที่สำคัญคือถ้าปั๊มน้ำทำงานหนักเกินไปหรือเกิดภาระโหลดในช่วงสตาร์ทสูง ก็อาจทำให้เสียหายได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ดังนั้นจึงควรมี Pressure Relief valve, Air lnlet-relief valve, Air chamber และ surge suppressor เป็นต้น ที่ถือว่าเป็นอุปกรณ์นิรภัยที่ช่วยลดแรงดันภายในท่อได้ดีเลยทีเดียว

ประเภทของท่อที่ใช้ในการวางระบบน้ำการเกษตร

สำหรับประเภทของท่อที่ใช้ในการวางระบบน้ำเพื่อการเกษตร จะมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท ดังนั้นคุณจึงควรที่จะเลือกใช้ให้เหมาะสมมากที่สุด โดยท่อที่ได้รับความนิยมในการใช้กับระบบน้ำการเกษตรจะมีดังต่อไปนี้

1.ท่อประปาเหล็ก

ท่อประปาแบบเหล็กอาบสังกะสีจะผลิตมาที่ขนาด 6 เมตร เป็นท่อเหล็กกล้าที่จะให้การใช้งานแข็งแรงทนทาน ไม่เสียหายง่ายแม้แต่ได้รับแรงกระแทก ทั้งยังทนทานต่ออุณหภูมิของน้ำที่สูงอีกด้วย แต่ราคาของท่อจะค่อนข้างสูง

2.ท่อ PVC

ท่อแบบ PVC จะได้รับความนิยมอย่างมาก โดยจะทำออกมาที่ความยาวประมาณ 4 เมตร แต่ทั้งนี้จะมีท่อ PVC ที่ถูกแตกยอดออกเป็นหลายประเภท ซึ่งจะมีความยาวตั้งแต่ 3 เมตร จนถึง 6 เมตร พร้อมการทำสีสันที่แตกต่างกัน มีจุดเด่นในเรื่องของน้ำหนักเบา ราคาไม่แพงและดัดหรือทำรูปแบบต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดสนิม แต่จะมีความทนทานในเรื่องของแรงกระแทกที่มีต่ำและไม่ค่อยทนต่อแรงดันน้ำ

3.ท่อ PE

ท่อแบบ PE หรือพลาสติกโพลีเอทิลีน ในรูปแบบของท่อความหนาแน่นสูง ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นท่อระบบน้ำได้ดี เพราะมีความแข็งแรงทนทานและค่อนข้างยืดหยุ่น มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย แข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าท่อแบบ PVC ถูกผลิตออกมาโดยไม่มีสารพิษใด ๆ และยังทนทานต่อสารเคมีอีกด้วย

ถ้าคุณต้องการออกแบบระบบน้ำ สำหรับใช้ในการเกษตร คุณสามารถศึกษาวิธีการออกแบบได้ จากภายในบทความนี้และเลือกใช้ท่อน้ำที่มีความแข็งแรงทนทาน เหมาะสมต่องบประมาณของคุณ รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยลดแรงกระแทกของแรงดันน้ำภายในท่อ เพื่อทำให้คุณสามารถใช้งานท่อน้ำและระบบน้ำที่วางไว้ได้อย่างยาวนาน ไม่เสียหายง่าย และไม่ต้องซ่อมให้เปลืองงบอีกด้วย